Mobile Suit Gundam 0083 Stardust Memory


ประเภท  : Action, Dramatic, Mecha Sci-Fi
จำนวนตอน  :  13 ตอนจบ
ออกจัดจำหน่ายครั้งแรก  : 23 พฤษภาคม 1991 – 24 กันยายน 1992ในรูปแบบของ OVA
ผู้ผลิต  : Sunrise
ลิขสิทธิ์ภาคภาษาไทยโดย : Dream Express
ระยะเวลาในการฉาย  : 27 : 45 นาที ต่อตอน
Official Site : http://www.gundam0083.net/



Mobile Suit Gundam 0083 Stardust Memory หรือในชื่อภาษาญี่ปุ่น 機動戦士ガンダム0083 STARDUST MEMORYเป็นอนิเมชั่นกันดั้มในจักรวาลของ U.C. ฉบับ OVA  ที่สร้างโดยทางสตูดิโอ Sunrise จากฝีมือการกำกับของคุณ Mitsuko Kase และคุณ Takashi Imanishi กำหนดออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 1991 – 24 กันยายน 1992 จำนวนทั้งสิ้น  13 ตอนจบ



เรื่องย่อ

ปีศักราชอวกาศที่ 0083 ภายหลังจากสงครามหนึ่งปีที่ป้อมปราการอวกาศ “อาวบาคู” สิ้นสุดลง  ฝ่ายสหพันธ์มีชัยชนะเหนือกว่าฝ่ายจักรวรรดิซีออน  ในศึกครั้งนั้น “กิเรน  ซาบี้” ผู้นำสูงสุดแห่งจักรวรรดิซีออนได้เสียชีวิตลง  จึงส่งผลให้ขวัญกำลังใจของชาวสเปซนอยด์ที่ต้องการเอกราชจากการถูกกดขี่จากโลกแทบมลายหายสิ้นไป…



ถึงแม้สงครามครั้งนั้นฝ่ายจักรวรรดิซีออนจะพ่ายแพ้  แต่ไม่ได้ทำให้จิตวิญญาณของซีออนได้สิ้นสุด… เมื่อกองกำลังส่วนหนึ่งที่เรียกว่า “เดลาส ฟลีท” (Delaz Fleet) ได้เริ่มปฏิบัติการเอาคืนฝ่ายสหพันธ์โลก  ด้วยแผนปฏิบัติการที่ใช้ชื่อว่า “ยุทธการละอองดาว” (Operation Stardustซึ่งในการเริ่มต้นแผนยุทธการนี้  ทางเดลาส ฟลีทได้ส่งหน่วยปฏิบัติการกล้าตายไปยังฐานทัพของทางสหพันธ์โลกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในทวีปออสเตรเลีย  เพื่อแย่งชิงเอาโมบิลสูทรุ่นใหม่ในสายการพัฒนามาจาก “กันดั้มไทป์” ที่ทางสหพันธ์โลกที่ร่วมกับทางบริษัทอนาไฮม์ อิเล็กทรอนิกส์ได้พัฒนาขึ้น  ที่ใช้โค๊ดเนมตัวชื่อเรียกตามสายพันธ์ดอกไม้ว่า Gundam GP-Series  ซึ่งได้ถูกลำเลียงมาที่โลกสองตัวด้วยกัน 


หน่วยปฏิบัติการกล้าตายที่ได้ลอบบุกเข้าไปชิงเอาโบมิลสูทในครั้งนี้  มีนายทหารหนุ่มของจักรวรรดิซีออนที่ชื่อ “อานาเวล  กาโต้” ผู้มีฉายาว่า “ฝันร้ายแห่งโซโลมอน” (Nightmare of Solomon) โดยแผนการครั้งนี้ได้มีไส้ศึกของซีออนอยู่ในบริษัทอนาไฮม์ อิเล็กทรอนิกส์ด้วย  แม้กาโต้จะสามารถชิงเอา“Gundam GP-02A Physalis”  มาได้  ทว่ากว่าจะชิงมาได้นั้น  เขาต้องถูกขัดขวางจากนายทหารนักบินฝึกหัดของฝ่ายสหพันธ์โลกอย่าง “อุรากิ  โค” ที่ได้ขึ้นบังคับ “Gundam GP-01Zephyranthes” ที่ได้พยายามต่อสู้อย่างเต็มที่  




การถูกฝ่ายศัตรูมาชิงเอาอาวุธถึงถิ่นถือเป็นการหยาบเหยียบถื่นถึงในบ้าน  ทำให้ทางจาโบรสังกัดทางสหพันธ์โลกได้ส่งหน่วยไล่ล่าซีออน  “ยานอัลเบี้ยน” (Albion) เพื่อชิงเอากันดั้มเครื่องหมายเลขสองคืนมา  โดยในหน่วยไล่ล่ากันดั้มนั้น มี “นีน่า พัลเพอร์ตั้น” เจ้าหน้าที่วิศวกรหญิงจากทางบริษัทอนาไฮม์ อิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานสร้างกันดั้มทั้งสองตัวนี้ร่วมติดตามไปด้วย  



การไล่ล่าอานาเวล  กาโต้ได้เริ่มต้นจากในโลกไปจนถึงนอกเขตชั้นอวกาศ   ฝ่ายยานอัลเบี้ยน  ได้เผชิญหน้ากับเหล่าโมบิลสูทของจักรวรรดิซีออนที่ยังหลงเหลือกำลังพอที่จะต่อสู้เข้าขัดขวางอยู่เป็นระยะๆ   ซึ่งอุรากิ  โคได้ต่อสู้กับศัตรูที่เก่งกว่าตนเองหลายเท่าจนกันดั้มเครื่องหมายเลขหนึ่งต้องเสียหาย


ในหลังจากที่กันดั้มเครื่องหมายเลขสองถึงมือของเดลาส ฟลีทแล้ว  “ไอกิล  เดลาส” ผู้นำของกองกำลังเดลาส ฟลีทแห่งจักรวรรดิซีออนได้ออกมาประกาศเพื่อเปิดโปงแผนร้ายของทางสหพันธ์โลกว่าได้ละเมิดข้อตกลงตามสนธิสัญญาขั้วโลกใต้ที่ “ห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”  แต่ทางสหพันธ์โลกกลับแอบพัฒนากันดั้มที่ได้ติดตั้ง “หัวรบนิวเคลียร์” ในเครื่องหมายเลขสอง   ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้บ่งชี้ถึงการละเมิดข้องตกลงตามสนธิสัญญาอย่างชัดเจน   เดลาส ฟลีทจึงประกาศทำสงครามกับทางสหพันธ์โลก  เพื่อสานต่อเจตนารมย์ของกิเรน  ซาบี้ผู้นำสูงสุดที่ล่วงลับ  และคืนเอกราชให้กับชาวชาวสเปซนอยด์


ถึงอีกฝ่ายจะออกมาประกาศศึกอย่างชัดเจน  แต่ทางฝ่ายสหพันธ์โลกกลับไม่ค่อยแยแสต่อคำขู่  พร้อมทั้งมีการจัด “พิธีสวนสนามทางเรือ”  ที่เป็นการแสดงแสนยานุภาพทางอวกาศของกองยานฝ่ายสหพันธ์โลก  ซึ่งจัดที่ “น่านฟ้าเขตโซโลมอน”  เสมือนเป็นการเหยียบย่ำวิญญาณของชาวสเปซนอยด์ผู้ถูกกดขี่อย่างไม่ควรให้อภัย   เดลาส ฟลีทจึงได้ส่งอานาเวล  กาโต้เข้าไปล่มงานพิธีที่นั่น   โดยกันดั้มเครื่องหมายเลขสองได้มุ่งฝ่าแนวป้องกันของสหพันธ์โลก  และทำการยิงหัวรบนิวเคลียร์เข้าไปในกองยานฝ่ายสหพันธ์โลก  จนทุกๆ อย่างหายวาบไปพร้อมๆ กับแรงระเบิดมหาศาล  


ฝ่ายยานอัลเบี้ยนได้ไล่ตามอานาเวล  กาโต้จนพบตัว  อุรากิ  โคได้บังคับ“Gundam GP-01fbZephyranthesFull Burnern” เครื่องอัพเกรดของกันดั้มหมายเลขหนึ่งเข้าต่อสู้กับกันดั้มเครื่องหมายเลขสองอย่างดุเดือด  จนกันดั้มทั้งสองเครื่องเสียหายอย่างหนักและระเบิดสลายไป  ทว่านั่นกลับไม่ใช่จุดสิ้นสุดในแผนการของเดลาส ฟลีท  เพราะเป้าหมายของเดลาส ฟลีท “การใช้โคโลนี่ร้างสองดวง” เป็นเครื่องมือสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออำนาจของฝ่ายสหพันธ์โลก  การทำให้โคโลนี่ร้างสองดวงพุ่งชนเข้าหากัน  แล้วใช้จากการชนเพื่อให้โคโลนี่ร้างเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมาย  ซึ่งทิศทางที่โคโลนี่ร้างดวงหนึ่งกำลังจะไปคือดวงจันทร์




ฝ่ายสหพันธ์โลกได้ส่งกองยานประจัญบานเร่งติดตามโคโลนี่ร้างที่กำลังมุ่งไปดวงจันทร์เต็มกำลัง  ทว่านั่นกลับเป็นแผนลวงของเดลาส ฟลีท  เพราะเป้ามาที่ต้องการให้โคโลนี่ร้างไปที่ดวงจันทร์ก็เพื่อ “ให้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์จากแรงดึงดูดของดวงจันทร์เหวี่ยงโคโลนี่ร้างไปที่โลก” ซึ่งนี่คือ “แผนยุทธการละอองดาว” ที่แท้จริง 



กองยานประจัญบานเร่งติดตามโคโลนี่มาตั้งแต่เริ่มสูญเสียเชื้อเพลิงที่พอจะได้ตามได้ทัน  เพราะหากโคโลนี่ร้างไปถึงในจุดที่เรียกว่า Point of No Return จะไม่สามารถเปลี่ยนวิถีการพุ่งชนพื้นโลกไปได้  และจุดตกกระทบคือ “ฐานทัพจาโบร” ของฝ่ายสหพันธ์โลก นั่นเอง 




ซึ่งทุกๆ เวลาจะช้าไม่ได้อีกแล้ว  อุรากิ  โคได้อาสารับหน้าที่ในการยับยั้งแผนยุทธการละอองดาว  โดยเขาได้ใช้กันดั้มเครื่องหมายเลขสามที่ชื่อ RX-78GP03 Gundam  Dendrobium บุกฝ่าแนวป้องกันของจักรวรรดิซีออนที่รายล้อมโคโลนี่ร้าง  และเผชิญหน้ากับคู่ปรับอย่างอานาเวล  กาโต้ที่ได้ใช้ไพ่ตายสุดท้ายอย่างโมบิลอาร์เมอร์ที่ชื่อ AMX-002 Neue Ziel เข้าประทะในศึกชี้ขาดครั้งนี้
   
แสงสว่างจากสงครามครั้งนั้น  เสมือนกับแสงละอองดาวในห้วงอวกาศอันมืดมิด   เป็นความทรงจำของครั้งหนึ่งที่เคยมีการกล่าวถึงไว้… ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ 

( ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.metalbridges.com/mobile-suit-gundam-0083-stardust-memory/ )

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม